C H A N Y A C H I T A

B L O G

วันนี้อยากพูดถึงเรื่องการเตรียมตัวสัมภาษณ์งาน หลายคนอาจอยู่ในช่วงกำลังมองหาโอกาสใหม่ให้กับตนเอง

ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษาจบใหม่ หรือ คนที่กำลังอยากเปลี่ยนงาน หากได้รับการนัดหมายเพื่อเข้าสัมภาษณ์งานแล้ว นั่นหมายความว่า บันไดแห่งโอกาสกำลังจะมาถึง ดังนั้น ก่อนไปสัมภาษณ์งาน สำรวจตนเองสักหน่อยว่าคุณ PROMPT แล้วหรือยัง พร้อม และ PROMPT นะคะ

เริ่มต้นด้วย

P – Physical Readiness ความพร้อมทางด้านร่างกาย ช่วงวันก่อนไปสัมภาษณ์งาน ดูแลตัวเองให้ดี ลดความเสี่ยงของการเจ็บป่วยให้ได้มากที่สุด เพื่อร่างกายเราจะได้พร้อมในการไปสัมภาษณ์งาน แต่หากเกิดอาการเจ็บป่วย ที่ไม่สามารถไปได้จริงๆ ให้รีบโทรแจ้งขอเลื่อนการสัมภาษณ์ พร้อมทั้งบอกเหตุผล HR นะคะ การที่เจ็บป่วยจะทำให้ความสามารถในการประมวลผลของสมองช้าลง การตอบคำถามอาจด้อยประสิทธิภาพลงไป เป็นเหตุให้คุณเสียทั้งเวลาและสุขภาพ ทางที่ดีคือดูแล รักษาสุขภาพร่างกายให้ดีก่อนการสัมภาษณ์งานค่ะ Physical ที่สำคัญไม่แพ้กันคือ Physical Appearance เสื้อผ้า หน้าผม look ของคุณนั้นดูดี สุภาพ ดูเป็นมืออาชีพ เหมาะกับกาลเทศะหรือไม่ เสื้อผ้าหาสีที่สุภาพ ผู้ชายควรใส่เสื้อเชิ้ต กางเกงยาว จัดการผมเผ้า หนวดเคราให้เรียบร้อย ผู้หญิงชุดกระโปรงหรือกางเกงได้หมด ขอให้เป็นสีสุภาพ ไม่โป๊ ไม่สั้น และอย่าแต่งหน้า หรือจัดเครื่องประดับจนเกินงามค่ะ First impression สำคัญนะคะ  

R – Readiness of documents ให้แน่ใจว่าเอกสารต่างๆ เตรียมพร้อมแล้ว เอกสาร ส่วนใหญ่จะเป็นสำเนาบัตรประชาชน สำเนาวุฒิการศึกษา สำเนาใบผ่านงานและฝีกอบรมต่างๆ เตรียมพร้อมก่อนอย่าคิดว่าแวะ copy ข้างทางนะคะ เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ ไม่ว่าเครื่องเสีย คิวนาน ร้านปิด จะทำให้ไปไม่ตรงเวลาที่นัด หากมีการทำข้อสอบเตรียมอุปกรณ์เครื่องเขียนไปให้ครบ อย่าคิดว่าไปยืมเอาดาบหน้าได้นะคะ มันบ่งบอกว่า คุณไม่ใสใจในการเตรียมความพร้อมเลย แล้วคุณจะใส่ในงานมั้ย

O – Organization Knowledge ไปที่ไหนก็หาข้อมูลบริษัทให้เรียบร้อย ที่ตั้ง เฟสหรือโซนที่ไป เพราะบางแห่งมีหลายสาขาในพื้นที่ใกล้เคียงกัน ตลอดจน ข้อมูลของบริษัท เปิดมานานเท่าไหร่ ระบบมาตรฐานที่มีอยู่คืออะไร ผลิตภัณฑ์บริษัทมีอะไรบ้าง ส่งออกหรือขายภายในประเทศ ฯลฯ เพราะคุณอาจได้รับคำถามว่า “คุณรู้อะไรเกี่ยวกับบริษัทเราบ้าง ? ”

“คุณทราบหรือไม่ว่าผลิตภัณฑ์ของเราคืออะไร ?” หลายคนดูแต่ตำแหน่งที่สมัคร แต่ไม่ทราบข้อมูลบริษัทเลย อย่าลืมนะคะ รู้เขารู้เรา ทำอะไรก็สำเร็จไปเกินครึ่งค่ะ

M – Meet Job specification เรามีอะไรที่ตรงคุณสมบัติตามที่เขากำหนดบ้าง และมีอะไรที่ไม่ตรงบ้าง ในส่วนที่ตรงก็นำเสนอให้กลายเป็นจุดแข็ง เตรียมนำเสนอขายตนเองไปให้มากที่สุด แล้วในส่วนที่ไม่ตรง ต้องทำอย่างไร คุณจะได้รับคำถามว่า “ในส่วนที่คุณไม่มีประสบการณ์ด้านนี้ หรือ ไม่มีความรู้ด้านนี้ คุณจะทำอย่างไร” สิ่งที่ควรทำคือ คิดหาแนวทางในการพัฒนา การเรียนรู้ต่างๆ เพื่อ fullfill จุดนั้น อย่างเป็นรูปธรรม และมีกำหนดเวลาอย่างชัดเจน เป็นต้นว่า “ ผมจะพัฒนาการใช้ภาษาอังกฤษโดยการลงคอร์ส Intensive เรียนสำเร็จภายใน 4 เดือนนี้ครับ” หรือ “หนูจะฝึกหัดการใช้ photoshop ผ่านทาง youtube ให้ได้ภายใน 2 เดือน ค่ะ”

P – Positive Attitude ไปสัมภาษณ์งานที่ไหน ขอให้พก positive attitude ไปเสมอเพราะ ทัศนคติเชิงบวก จะทำให้คุณดูเป็นคนที่เปิดใจ ยอมรับ ปรับตัว และพัฒนาได้ ส่วนคนที่มี Negative attitude อาจจะแสดงออกมาทางคำพูด สายตา และกริยาท่าทาง อย่าลืมว่าบริษัทที่คุณเข้าสมัครนั้น คุณ “สมัครใจ” ไปแต่แรก ไม่ว่าคุณจะเจออะไรก็ตาม หากคุณพร้อมด้วย ทัศนคติเชิงบวก มันจะแสดงออกมาให้ผู้สัมภาษณ์รับรู้แนวคิดจากคำตอบ และพฤติกรรมคุณเอง หากเจอคำถามที่กดดัน นั่นคือการ test เบื้องต้น ว่าคุณจะสามารถจัดการ ควบคุมอารมณ์ สถานการณ์ได้หรือไม่นั่นเอง

T – Teamwork Player ทุกองค์กร ล้วนต้องการคนทำงานที่มีใจแบบ Team Player เพราะไม่ว่าคุณจะสมัครงานที่เป็น specialist ต้องทำงานเชี่ยวชาญคนเดียว หรือ Generalist ที่ทำงานแบบมีทีม สุดท้ายแล้วคุณก็เป็นหนึ่งคนในองค์กร ที่ต้องทำงานร่วมกันกับคนอื่น เพื่อให้เป้าหมายหลักองค์กรสำเร็จ มันไม่ผิดถ้าคุณจะบอกว่าคุณชอบทำงานคนเดียว แต่คุณต้องมีลักษณะที่สามารถร่วมงานกับคนอื่น สื่อสารได้ ประสานงานสำเร็จ ไม่ใช่ทำงานแบบ Silo ทุกองค์กรล้วนต้องการคนทำงาน ที่ร่วมแรงร่วมใจ ไปด้วยกันได้

มาถึงตอนนี้แล้ว หวังว่าจะทราบกันแล้วว่า ตนเอง prompt หรือไม่พร้อมนะคะ ขอให้โชคดีค่ะ

Credit Photo : wegointer.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *